วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Footloose จักรยานพลังงานไฟฟ้าไร้โซ



      ฟุตลูส (Footloose) เป็นจักรยานพลังงานไฟฟ้าที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยบริษัท มันโดะ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศเกาหลี ฟุตลูส เป็นจักรยานที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เนื่องจากเป็นจักรยานที่ไม่มีเกียร์สำหรับทำหน้าที่เปลี่ยนอัตราการทดรอบ และโซ่สำหรับช่วยให้กลไกของล้อจักรยานหมุน เป็นจักรยานที่มีน้ำหนักเบา สามารถพับเก็บได้ เหมาะสำหรับใช้เป็นยานพาหนะสัญจรไปมาในเมืองใหญ่ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องเดินทางต่อด้วยรถไฟใต้ดินได้

      ทั้งนี้ ฟุตลูส เป็นจักรยานที่ใช้แรงถีบในการชาร์จแบตเตอรี่ เมื่อผู้ขี่ปรับโหมดมาปั่นแทนการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ พลังงานที่เกิดการถีบจะถูกส่งไปยังเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือ ไดชาร์จ (Alternator) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อให้มอเตอร์ทำงาน ทั้งนี้ หากชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม ก็จะสามารถแล่นไปได้ไกลราว 20 ไมล์ (ประมาณ 32 กิโลเมตร) โดยบริษัทผู้ผลิตวางแผนวางจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าในตลาดยุโรปในปีหน้า

ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีแดนมะกันคิดค้นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับพลังงานสำหรับสมาร์ทโฟน



      ปัจจุบันบริษัททางด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ พยายามคิดค้นแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือเพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้มีศักยภาพมากขึ้นสำหรับผู้บริโภค อย่างเช่นผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีจากรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ใช้เวลากว่า 5 ปี ในการพัฒนาคิดค้นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับพลังงานซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้หลากหลายประเภท อาทิ ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้านพลังงาน การควบคุมการใช้พลังงานภายในบ้าน การให้ข้อมูลด้านการบริการที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เป็นต้น

     หนึ่งในประสิทธิภาพการทำงานที่นาสนใจคือ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ว่าพวกเขากำลังใช้พลังงานไปมากเท่าไรในบ้านของตนเอง ซึ่งสามารถนำไปเปรียบเทียบกับบ้านหลังอื่นที่มีการใช้พลังงานใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นดังกล่าวยังเป็นตัวเลือก ในการชำระค่าบริการด้านพลังงานออนไลน์ และเตือนเมื่อครบกำหนดชำระเงิน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานให้มากขึ้น
โดยผู้ประกอบการเชื่อว่าแอพพลิเคชั่นของพวกเขาเป็นการเพิ่มทางเลือกด้านนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์และสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและช่วยเพิ่มประสบการณ์แปลกใหม่ในการใช้งานให้กับผู้บริโภค

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นักประดิษฐ์เมืองผู้ดีสร้างเครื่องต้มไข่ไม่ต้องใช้น้ำ


          การต้มไข่ในหม้อต้มน้ำแบบดั้งเดิมนั้นต้องใช้พลังงานหลายทาง ทั้งพลังงานความร้อนและพลังงานน้ำ หากมีอุปกรณ์ที่สามารถใช้แค่พลังงานความร้อนเพียงอย่างเดียวในการต้มไข่ คงช่วยลดการใช้พลังงานได้เป็นอย่างดี

          ขณะนี้นักประดิษฐ์ชาวอังกฤษได้สร้างเครื่องต้มไข่ ที่เรียกว่า “Eggxactly” ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนาเครื่องดังกล่าวนานกว่า 7 ปี เครื่อง Eggxactly ทำงานโดยใช้พลังงานความร้อนในการต้มไข่เพียงอย่างเดียว ตัวเครื่องประกอบด้วยซิลิโคนนำความร้อนที่ติดอยู่ด้านข้าง เพื่อใช้ในการถ่ายโอนความร้อนให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกในการใช้งาน เนื่องจากเครื่องนี้สามารถยืดหยุ่นได้ตามลักษณะของไข่ที่ต้องการจะต้ม

          วิธีใช้เครื่องดังกล่าว เพียงแค่วางไข่ลงในตำแหน่งของซิลิโคนยืดหยุ่นนำความร้อน ปิดฝา เสียบปลั๊ก แล้วกดปุ่มสตาร์ท เมื่อไข่สุกจะมีสัญญาณเตือนให้ผู้ใช้งานหยุดการทำงาน และนำไข่ที่ได้มารับประทานได้ตามต้องการ

          เครื่องต้มไข่ “Eggxactly” เป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถต้มไข่ได้ พร้อม ๆ กับลดการใช้พลังงานน้ำได้ทางหนึ่งด้วย การต้มไข่เป็นวิธีการหนึ่งในการทำอาหารที่พบเห็นได้ทั่วไป หากมีอุปกรณ์ที่ช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ ก็จะช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่งด้วย

เวอจิเนียเทค คิดค้นอุปกรณ์ชาร์ตแบตเตอร์รี่จากหลักเพียโซอีเลคทริค




        ทีมนักวิทยาศาสตร์สถาบันโพลีเทคนิคและมหาวิทยาลัยรัฐเวอร์จิเนีย หรือ เวอร์จิเนียเทค ได้พัฒนาอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากหลักพลังงานจลน์

ทั้งนี้ อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ดังกล่าวทำงานตามหลักเพียโซอีเลคทริค (Piezoelectricity) หรือ การผลิตไฟฟ้าจากการกดดันทางกลไกที่มีต่อผลึกที่ไม่นำไฟฟ้า ดังนั้น ทุกครั้งที่มีการสัมผัสหน้าจอ อุปกรณ์ชาร์จที่มาพร้อมกับโทรศัพท์จะชาร์จพลังงานสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน อุปกรณ์ชาร์จที่อาศัยหลักเพียโซอีเลดทริคดังกล่าวสามารถติดตั้งไว้ข้างล่างแผงปุ่มกดหรือหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอุปกรณ์ชาร์จจะเปลี่ยนการสั่นสะเทือนเชิงกลศาสตร์ (Mechanical vibration) ให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้า

โคมไฟหนังสือ



          นักออกแบบจากสหรัฐอเมริกา มีความคิดสร้างสรรค์ประดิษฐ์โคมไฟที่มีรูปลักษณ์เป็นหนังสือ ชื่อว่า “Lumio” เป็นหนังสือขนาดกะทัดรัด สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก เมื่อกางออกจะกลายเป็นโคมไฟให้แสงสว่าง นักออกแบบต้องการสร้างโคมไฟนี้ให้มีขนาดเล็ก คนทั่วไปสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

          “Lumio” เป็นได้ทั้งโคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟติดผนัง หรือโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือ วิธีใช้ก็แสนง่าย เพียงแค่เปิดหนังสือออกเมื่อต้องการใช้ และพับปิดลงเมื่อเลิกการทำงาน ที่น่าสนใจคือไม่จำเป็นต้องใช้สายไฟให้ยุ่งยาก เพราะโคมไฟทำงานด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ให้พลังงานได้นาน 8 ชั่วโมง โดยไม่ต้องชาร์จใหม่

        นักออกแบบยังไม่ได้กำหนดราคาของโคมไฟ “Lumio” แต่คาดว่าจะเริ่มออกวางจำหน่ายในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์

ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การศึกษาพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติ กฎเกณฑ์ของสิ่งต่างๆและหาทางนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ เทคโนโลยีจึงเป็นคำที่มีความหมายกว้าง

สารสนเทศ(Information) หมายถึงข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์แต่ละคนตั้งแต่เกิดมาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น เรียนรู้สภาพสังคมความเป็นอยู่ กฎเกณฑ์และวิชาการ เป็นต้น ลองจินตนาการดูว่าภายในสมองของเราเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เราคงตอบไม่ได้ แต่สามารถเรียกเอาข้อมูลมาใช้ได้ ข้อมูลที่เก็บไว้ในสมอง เป็นสิ่งที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน ความรอบรู้ของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับการเรียกใช้ข้อมูลนั้น ดังนั้นจะเห็นได้ชัดว่าความรู้เกิดจากข้อมูลข่าวสารต่างๆ ทุกวันนี้มีข้อมูลอยู่รอบตัวเรามาก ข้อมูลเหล่านี้มาจากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่การสื่อสารระหว่างบุคคล จึงมีผู้กล่าวว่ายุคนี้เป็นยุคของสารสนเทศ

สรุป เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) หมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้จัดการ สารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เทคโนโลยีสารสนเทศยังรวมถึงเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดระบบการให้บริการ การใช้ และการดูแลข้อมูลด้วย

ความหมายของเทคโนโลยี


       คำว่า เทคโนโลยี ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า "Technology" ซึ่งมาจากภาษากรีกว่า "Technologia" แปลว่า การกระทำที่มีระบบ อย่างไรก็ตามคำว่า เทคโนโลยี มักนิยมใช้ควบคู่กับคำว่า วิทยาศาสตร์ โดยเรียกรวม ๆ ว่า "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" ซึ่งพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน (2539 : 406) ได้ให้ความหมายของเทคโนโลยี คือ วิทยาการที่เกี่ยวกับศิลปะในการนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม นอกจากนั้นยังมีผู้ให้ความหมายของเทคโนโลยีไว้หลากหลาย ดังนี้ คือ

        ผดุงยศ ดวงมาลา (2523 : 16) ได้ให้ความหมายของเทคโนโลยีว่าปัจจุบันมีความหมายกว้างกว่ารากศัพท์เดิม คือ หมายถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกล สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ทาง อุตสาหกรรม ถ้าในแง่ของความรู้ เทคโนโลยีจะหมายถึง ความรู้หรือศาสตร์ที่เกี่ยวกับเทคนิคการผลิตในอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่น ๆ ที่จะเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ หรืออาจสรุปว่า เทคโนโลยี คือ ความรู้ที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์แก่มนุษย์เอง ทั้งในแง่ความเป็นอยู่และการควบคุมสิ่งแวดล้อม

        สิปปนนท์ เกตุทัต (ม.ป.ป. 81) อธิบายว่า เทคโนโลยี คือ การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ มาผสมผสานประยุกต์ เพื่อสนองเป้าหมายเฉพาะตามความต้องการของมนุษย์ด้วยการนำทรัพยากรต่าง ๆ มาใช้ในการผลิตและจำหน่ายให้ต่อเนื่องตลอดทั้งกระบวนการ เทคโนโลยีจึงมักจะมีคุณประโยชน์และเหมาะสมเฉพาะเวลาและสถานที่ และหากเทคโนโลยีนั้นสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม เทคโนโลยีนั้นจะเกื้อกูลเป็นประโยชน์ทั้งต่อบุคคลและส่วนรวม หากไม่สอดคล้องเทคโนโลยี นั้น ๆ จะก่อให้เกิดปัญหาตามมามหาศาล

        ธรรมนูญ โรจนะบุรานนท์ (2531 : 170) กล่าวว่า เทคโนโลยี คือ ความรู้วิชาการรวมกับความรู้วิธีการ และความชำนาญที่สามารถนำไปปฏิบัติภารกิจให้มีประสิทธิภาพสูง โดยปกติเทคโนโลยีนั้นมีความรู้วิทยาศาสตร์รวมอยู่ด้วย นั้นคือวิทยาศาสตร์เป็นความรู้ เทคโนโลยีเป็นการนำความรู้ไปใช้ในทางปฏิบัติ จึงมักนิยมใช้สองคำด้วยกัน คือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเน้นให้เข้าใจว่า ทั้งสองอย่างนี้ต้องควบคู่กันไปจึงจะมีประสิทธิภาพสูง

        ชำนาญ เชาวกีรติพงศ์ (2534 : 5) ได้ให้ความหมายสั้น ๆ ว่า เทคโนโลยี หมายถึง วิชาที่ว่าด้วยการประกอบวัตถุเป็นอุตสาหกรรม หรือวิชาช่างอุตสาหกรรม หรือการนำเอาวิทยาศาสตร์มาใช้ในทางปฏิบัติจากการที่มีผู้ให้ความหมายของเทคโนโลยีไว้หลากหลาย สรุปได้ว่า เทคโนโลยี หมายถึง วิชาที่นำเอาวิทยาการทางวิทยาศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ มาประยุกต์ใช้ตามความต้องการของมนุษย์ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกล่าวถึงความหมายของเทคโนโลยีเป็นภาษาง่าย ๆ ว่า หมายถึง การรู้จักนำมาทำให้เป็นประโยชน์นั่นเอง (เย็นใจ เลาหวณิช. 2530 : 67)

     สรุปความหมายเทคโนโลยี
    การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ มาผสมผสานประยุกต์ เพื่อสนองเป้าหมายเฉพาะตามความต้องการของมนุษย์ ด้วยการนำทรัพยากรต่าง ๆ มาใช้ในการผลิตและจำหน่ายให้ต่อเนื่องตลอดทั้งกระบวนการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด